กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบสีห้ามให้ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในลิปสติกและเครื่องสำอางทาเปลือกตา(อายชาโดว์) ทั่วประเทศ เตือนคุณผู้หญิงอยากสวยต้องระวัง พร้อมแนะวิธีการเลือกซื้อ เลือกใช้เครื่องสำอางที่ถูกต้องในเบื้องต้น
นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในปัจจุบันจำ เป็นต้องเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ยาสีฟัน สบู่ แชมพูสระผม ครีมกันแดด และครีมบำรุงผิว ฯลฯ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ต้องเสริมความงามบนใบหน้าด้วยลิปสติก อายชาโดว์ ซึ่งเป็นเครื่องสำอางที่ช่วยในการเพิ่มสีสรร ให้กับใบหน้า ล้วนก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายในการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ หากผู้ผลิตไม่ใส่ใจคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ ด้วยเหตุนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยกองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ได้จัดทำโครงการร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในส่วนภูมิภาค 10 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสำรวจสีห้ามใช้ในลิปสติกและเครื่องสำอางทาเปลือกตา (อายชาโดว์) ที่มีจำหน่ายในตลาดนัด ร้านค้า ห้องสรรพสินค้า รวมทั้งตลาดในจังหวัดที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านผลจากการสำรวจและ สุ่มซื้อตัวอย่างลิปสติก และอายชาโดว์ จำนวน 1,116 ตัวอย่าง โดยแยกเป็นลิปสติกจำนวน 693 ตัวอย่าง พบว่า มีตัวอย่างที่ใช้สีห้ามใช้จำนวน 164 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 23.67 แบ่งเป็นตัวอย่างที่ผลิตภายในประเทศซึ่งมีฉลากระบุรายละเอียดครบถ้วน 15 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 4.9 และ ตัวอย่างที่มีฉลากระบุรายละเอียดไม่ครบถ้วนหรือมีฉลากเป็นภาษาต่างประเทศ จำนวน 149 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 38.3 สำหรับ ตัวอย่างอายชาโดว์ จำนวน 423 ตัวอย่าง พบตัวอย่างที่ใช้สีห้ามใช้ จำนวน 70 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 16.55 แบ่งเป็นตัวอย่างที่ผลิต ภายในประเทศซึ่งมีรายละเอียดของฉลากครบถ้วน 3 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 1.3 และตัวอย่างที่มีฉลากเป็นภาษาต่างประเทศ จำนวน 67 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 34.7
จากผลการสำรวจทำให้ทราบว่า มีการใช้สี C1 No.15585 และสี C1 No.45170 ในตัวอย่างลิปสติกและอายชาโดว์ ที่เก็บ จากทุกภาค ส่วนสีห้ามใช้อื่น ๆ มีพบบ้างแต่ไม่ครบทุกพื้นที่ โดยสีห้ามใช้ที่พบเป็นสีที่ไม่อยู่ในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวง สาธารณสุข ฉบับที่ 20 (พ.ศ.2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 เรื่อง “กำหนดสีที่อนุญาตให้ใช้เป็น ส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง” หรือเป็นสีที่อนุญาตให้ใช้กับเครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกที่มิได้สัมผัสกับเยื่อบุ mucousmembrane ซึ่งรวมถึงบริเวณริมฝีปากและรอบดวงตา อีกทั้งเป็นสีที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (United States and Drug Administration : USFDA) คณะกรรมการของสหภาพยุโรป (Council of the European Communities; Directive 76/768/EEC 2002) และ ASEAN Cosmetic Document 2003 โดยระบุว่าห้ามใช้กับเครื่องสำอางทุกชนิด ซึ่งสีห้าม ใช้เหล่านี้ได้มีการทดสอบแล้วว่าก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง เช่นหนู กระต่าย และสุนัข ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภคได้รับทราบและดำเนินการต่อไปแล้ว